แนวทางการรักษา+วิธีการดูแลผู้ป่วย โรคอัลไซเมอร์

อาการของโรคอัลไซเมอร์มักจะมีการพัฒนาช้า แต่เพิ่มความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ อาการในระยะเริ่มแรกอาจจะไม่ได้เกิดขึ้นตลอดเวลา ในบางครั้งผู้ป่วยก็ยังดูปกติอยู่ ความผิดปกติที่มากขึ้นในที่สุดก็จะส่งผลต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน มีขึ้น ลง ขี้หงุดหงิด หรือมีอาการซึมเศร้า ก่อให้เกิดปัญหากับคนรอบข้าง

การรักษาผู้ป่วยเป็นโรคอัลไซเมอร์

ในปัจจุบันนี้อัลไซเมอร์เป็นโรคที่รักษาไม่ได้ ได้แต่ชะลอหรือประคองอาการ ผู้ป่วยจำเป็นต้องการดูแลที่ถูกต้องอย่างใกล้ชิดจากครอบครัว

วิธีการดููแลผู้ป่วยเป็นโรคอัลไซเมอร์

ระยะ 1  การดูแลผู้ป่วยระยะนี้ เริ่มจากการให้เวลาแก่ผู้ป่วยเยอะหน่อย เช่น ในเรื่องของการตอบคำถาม การตอบสนองกับสิ่งรอบข้าง ผู้ป่วยจะช้าลงเพราะการทำงานบางส่วนของสมองเสียไป คุณควรช่วยให้ผู้ป่วยคลายความกังวล โดยบอกขั้นตอนอย่างช้าๆ เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถทำตามได้ นอกจากนี้ควรให้ผู้ป่วยได้พักเป็นระยะ จะทำให้ผู้ป่วยมีอารมณ์ดี

ระยะ 2 ในระยะนี้ ควรดูแลผู้ป่วยอย่างใกล้ชิดมากขึ้น ต้องจัดกิจวัตรประจำวัน ผู้ป่วยจะได้ปรับตัวง่ายขึ้น บางทีคุณควรทบทวนในสิ่งที่ผู้ป่วยพูด เพื่อช่วยให้การสื่อสารมีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น การใช้ปฏิทินตัวหนังสือขนาดใหญ่ การแขวนนาฬิกาขนาดใหญ่ ให้ผู้ป่วยมองได้ง่าย นอกจากนี้คนในครอบครัวต้องช่วยกันดูในเรื่องความสามารถในด้านต่างๆ รวมทั้งสังเกตพฤติกรรมและนำมาเทียบกับพฤติกรรมเดิม เพื่อให้เข้าใจถึงความสามารถที่ลดลงไปในด้านต่างๆ จะช่วยให้จัดกิจกรรมที่เหมาะสมได้

ระยะ 3 ระยะนี้ต้องใส่ใจในเรื่องของความปลอดภัยเป็นอย่างมาก สมาชิกในครอบครัวต้องคอยดูแล รวมทั้งช่วยปรับสภาพแวดล้อมให้เหมาะสม บางรายอาจมีอาการโรคจิตแทรกซ้อน เช่น หลอน หูแว่ว จำเป็นต้องไปพบแพทย์และทานยาเพื่อควบคุมพฤติกรรม

ระยะ 4 ระยะนี้จำเป็นต้องดูแลอย่างใกล้ชิดตลอดเวลา เพราะผู้ป่วยไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้แล้ว เช่น ผู้ป่วยอาจเคี้ยวอาหารเองไม่ได้ ควรเตรียมอาหารบดให้ผู้ป่วยทาน พยายามให้ผู้ป่วยดื่มน้ำน้อยๆ แต่บ่อยๆ เพื่อช่วยลดอาการขาดน้ำ รวมทั้งเรื่องการขับถ่ายเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ให้พาคนป่วยเข้าห้องน้ำบ่อยกว่าเดิม จะได้ไม่เรี่ยราด นอกจากนี้อย่าลืมเรื่องความสะอาดของร่างกายเพื่อไม่ให้เกิดการติดเชื้อบริเวณผิวหนังด้วย

การรักษาผู้ป่วยเป็นโรคอัลไซเมอร์ด้วยยา

คือการให้ยารักษาตามอาการที่ผู้ป่วยมี เช่น ให้ยานอนหลับ ยาแก้อาการเกร็ง ยารักษาโรคจิตเภทต่างๆ เป็นต้น การทานยาให้ครบทุกมื้อตามแพทย์สั่งจะช่วยทำให้ยาได้ออกฤทธิ์ดีและมีประสิทธิภาพมากที่สุด

นอกจากนี้การทำความเข้าใจ ความรัก ความใจเย็น ของคนในครอบครัว จะช่วยให้ทุกอย่างผ่านไปด้วยความสงบ วาระสุดท้ายของผู้ป่วยจะได้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดี