สัญญาณเตือนของอารมณ์ก่อนเป็นโรคอัลไซเมอร์

  • ขี้หงุดหงิด ขี้โมโห อารมณ์เสียง่ายกว่าปกติ ไม่สามารถควบคุมอารมณ์ได้
  • การตัดสินใจเปลี่ยนไป เปลี่ยนใจง่าย เช่น ถ้ามีคนมาขายของตามร้านอาหารก็จะซื้อทันที ต่างจากเมื่อก่อนที่ไม่ซื้อของพวกนี้เลย หรือไม่ใช้จ่ายอะไรง่ายๆ ข้อนี้มักส่งผลไปยังด้านการเงินด้วย คือใช้จ่ายแบบไม่คิด
  • กิจกรรมประจำวันที่เคยทำอยู่ประจำกลายเป็นงานทำยากขึ้น เช่น ลืมวิธีผูกเชือกรองเท้า ลืมวิธีติดกระดุม หรือถ้าทำอาหารก็จะออกมาเละไม่เป็นท่า เช่น ลืมใส่น้ำมัน ลืมปรุง เป็นต้น
  • วางของผิดที่ผิดทาง เช่น เอาโทรศัพท์มือถือไปใส่ไว้ในตู้เย็น เอารองเท้าไปใส่ไว้ในตู้กับข้าว โดยไม่คิดว่าเป็นเรื่องผิด
  • สับสนเรื่องเวลา ส่วนใหญ่จะคิดว่าเวลาช้ากว่าปกติ เช่น ยืนรอ 5 นาทีก็จะคิดว่ายืนรอมาแล้ว 5 ชั่วโมง หรือเพิ่งกินอาหารที่ชอบไปแล้วเมื่อวาน แต่คิดว่าเพิ่งกินไปเมื่ออาทิตย์ก่อน เป็นต้น
  • พูดคุยกับคนอื่นยากขึ้น มักจะเรียงลำดับประโยคผิด พูดผิด คิดไม่ออกว่าต้องใช้คำว่าอะไร
  • เดินอย่างไร้จุดหมาย ชอบเดินออกไปที่ไหนซักแห่งโดยไม่รู้ว่าไปทำไม
  • มีอาการย้ำคิดย้ำทำ เช่น เดินไปเปิดตู้กับข้าวแล้วก็ปิดทันทีโดยไม่ได้หยิบอะไร พอเดินกลับมานั่งก็จะลุกขึ้นไปเปิดและปิดแบบเดิมอีกซ้ำๆ
  • ไม่ค่อยดูแลตัวเอง เช่น ไม่หวีผมให้เรียบร้อย ไม่ตัดเล็บ ไม่อาบน้ำ เป็นต้น
  • แสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสม เช่น พูดว่าคนอื่นออกมาตรงๆ เนื่องจากขาดความยับยั้งชั่งใจ
  • มีอาการหวาดระแวงตลอดเวลา หรือกลัวคนอื่นจะมาทำร้ายตลอดเวลาแบบคิดไปเอง
  • นอนหลับยากกว่าเดิม กระสับกระส่ายอยู่ไม่สุข
  • พยายามหลีกเลี่ยงจากครอบครัว เพื่อน รวมไปถึงกิจกรรมที่เคยชอบทำ เช่น ไม่พูดคุยกับใคร ไม่เล่นกีฬาที่เคยเล่นอยู่เป็นประจำทุกวัน เป็นต้น
  • ชอบทำพฤติกรรมเหมือนเด็ก เช่น งอแงโวยวายเมื่อไม่ได้อย่างใจ รวมทั้งมีอาการดีใจเกินกว่าเหตุถ้าได้ของที่ต้องการ
  • พูดจารวมทั้งแสดงอาการก้าวร้าว เช่น ด่าทอคนอื่นต่อหน้าด้วยความรุนแรง ถ้าเทียบกับเมื่อก่อนที่ไม่เคยมีพฤติกรรมอย่างนี้

จากข้อมูลดังกล่าว ก็เป็นเพียงวิธีสังเกตอาการเบื้องต้นเท่านั้น โดยเราสามารถสังเกตได้ด้วยตัวเอง หรือให้คนรอบข้างคอยบอก ถ้าใครมีอาการดังกล่าวมากกว่า 5 ข้อขึ้นไป ควรต้องพิจารณาตัวเองได้แล้วว่าอาจเข้าข่ายเป็นโรคอัลไซเมอร์ แต่ก็ไม่ควรวิตกตื่นตระหนกจนเกินเหตุ ทางออกดีที่สุดคือลองไปพบแพทย์ เพื่อตรวจอาการอย่างละเอียดเพิ่มเติมจะได้ชี้ชัดให้แน่นอนว่าเป็นอะไรกันแน่